กำลังดูประกันสุขภาพ ปลดล็อค ดับเบิล แคร์ (My Health Plus – Double Care) ของอลิอันซ์ อยุธยา แผน 1 วงเงิน 8 ล้านบาท แล้วลังเลระหว่าง “มีดีดัก” กับ “ไม่มีดีดัก” อยู่หรือเปล่า? จุดที่ควรเทียบคือเบี้ยที่ต้องจ่ายทุกปี และค่ารักษาส่วนที่ต้องรับผิดชอบเมื่อมีการเคลม โดยดูสวัสดิการเดิมและเงินสำรองของตัวเองประกอบกัน
จำตัวเลขเดียวก่อน: 30,000 บาทต่อรอบปีกรมธรรม์ คือความรับผิดส่วนแรกของตัวเลือกแบบมี Deductible ในแผน 8 ล้านบาท เมื่อสะสมส่วนนี้ครบแล้ว ค่ารักษาที่เข้าเงื่อนไขในรอบปีเดียวกันจึงไม่ถูกหักดีดักก้อนนี้ซ้ำ ส่วนแบบไม่มีดีดัก ไม่ต้องรับผิดชอบเงินก้อนนี้ แต่ยังมีวงเงินย่อยและเงื่อนไขความคุ้มครอง
วงเงิน 8 ล้านเหมือนกัน ต่างกันตรงไหน?
Deductible หรือความรับผิดส่วนแรก คือจำนวนเงินที่หักจากผลประโยชน์ค่ารักษาที่ผู้เอาประกันมีสิทธิได้รับ แบบมีดีดักจึงแลกเบี้ยที่ลดลงกับภาระส่วนแรกเมื่อใช้สิทธิ ส่วนแบบไม่มีดีดักเหมาะกับผู้ที่อยากลดภาระเงินก้อนตอนเข้ารักษา
| หัวข้อ | มี Deductible | ไม่มี Deductible |
|---|---|---|
| วงเงินสูงสุดต่อรอบปีกรมธรรม์ | 8,000,000 | 8,000,000 |
| ความรับผิดส่วนแรก | 30,000 ต่อรอบปีกรมธรรม์ | ไม่มี |
| ค่าห้อง ค่าอาหาร และค่าบริการในโรงพยาบาล | สูงสุด 3,000 ต่อวัน | สูงสุด 3,000 ต่อวัน |
| เบี้ยประกัน | ต่ำกว่าแบบไม่มีดีดัก เมื่อเทียบข้อมูลผู้เอาประกันเดียวกัน | สูงกว่าแบบมีดีดัก เมื่อเทียบข้อมูลผู้เอาประกันเดียวกัน |
| สิ่งที่ควรเตรียม | เงินสำรองหรือสวัสดิการรองรับส่วนแรก และค่าใช้จ่ายนอกความคุ้มครอง | งบเบี้ยรายปี และเงินสำรองสำหรับส่วนเกินหรือรายการที่ไม่คุ้มครอง |
ข้อมูลแผนและวงเงินอ้างอิง รายละเอียดผลิตภัณฑ์จากอลิอันซ์ อยุธยา โดยความรับผิดส่วนแรกไม่ใช้กับผลประโยชน์ค่าตรวจสุขภาพประจำปีและ/หรือค่าฉีดวัคซีน ซึ่งมีเงื่อนไขการใช้สิทธิแยกต่างหาก
ถ้ามีค่ารักษา ต้องจ่ายเองเท่าไร?
ตัวเลขต่อไปนี้เป็นสถานการณ์สมมติ ไม่ใช่ผลอนุมัติเคลม โดยสมมติว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมดอยู่ในความคุ้มครองที่ต้องหักดีดัก ไม่เกินวงเงินหรือวงเงินย่อย ไม่มี Copayment ไม่มีสวัสดิการอื่นร่วมจ่าย และไม่มีข้อยกเว้นหรือระยะเวลารอคอย
| ค่ารักษาที่เข้าเงื่อนไข | มีดีดัก จ่ายเอง / บริษัทจ่าย | ไม่มีดีดัก จ่ายเอง / บริษัทจ่าย |
|---|---|---|
| 20,000 | 20,000 / 0 | 0 / 20,000 |
| 100,000 | 30,000 / 70,000 | 0 / 100,000 |
| 500,000 | 30,000 / 470,000 | 0 / 500,000 |
แล้วถ้าเข้าโรงพยาบาลหลายครั้งในปีเดียวกัน?
ลองดูแบบมีดีดัก เมื่อมีค่ารักษาที่เข้าเงื่อนไข 3 ครั้งในรอบปีกรมธรรม์เดียวกัน โดยใช้สมมติฐานข้างต้น:
- ครั้งแรก 20,000 บาท: จ่ายเอง 20,000 บาท เหลือดีดักอีก 10,000 บาท
- ครั้งที่สอง 50,000 บาท: จ่ายเองอีก 10,000 บาท บริษัทจ่าย 40,000 บาท ตอนนี้ดีดักสะสมครบ 30,000 บาทแล้ว
- ครั้งที่สาม 100,000 บาท: ไม่หักดีดักเพิ่ม บริษัทจ่าย 100,000 บาท ภายใต้วงเงินและเงื่อนไขที่เหลือ
รวมค่ารักษา 170,000 บาท แบบมีดีดักจ่ายเอง 30,000 บาท บริษัทจ่าย 140,000 บาท ส่วนแบบไม่มีดีดัก บริษัทจ่าย 170,000 บาทตามสมมติฐานนี้ เมื่อขึ้นรอบปีกรมธรรม์ใหม่ จึงเริ่มนับดีดักใหม่ตามสัญญา ไม่ได้อิงวันที่ 1 มกราคมเสมอไป
ไม่มีดีดัก ไม่ได้หมายถึงไม่มีส่วนเกิน: เช่น แผนให้ค่าห้อง ค่าอาหาร และค่าบริการในโรงพยาบาลรวมไม่เกิน 3,000 บาทต่อวัน หากเลือกใช้รายการกลุ่มนี้รวม 5,000 บาทต่อวัน ก็อาจมีส่วนเกิน 2,000 บาทต่อวัน นอกเหนือจากรายการอื่นที่ต้องพิจารณาตามสัญญา ทั้งสองแบบจึงควรตรวจค่าใช้จ่ายก่อนเข้ารักษา
เลือกแบบไหนให้เข้ากับชีวิตเรา?
มีประกันกลุ่มหรือสวัสดิการจากงานอยู่แล้ว
แบบมีดีดักเป็นทางเลือกที่ควรนำมาเทียบ หากสวัสดิการเดิมช่วยจ่ายส่วนแรกได้และต้องการเพิ่มวงเงินสำหรับค่ารักษาก้อนใหญ่ แต่ควรเช็กว่าสวัสดิการจ่ายรายการใด วงเงินต่อครั้งหรือต่อปีเท่าไร และบริษัทรับหลักฐานการใช้สิทธิร่วมกันอย่างไร การมีประกันกลุ่ม 30,000 บาทไม่ได้ยืนยันว่าส่วนแรกจะถูกชำระได้ครบในทุกกรณี
เผื่อช่วงเปลี่ยนงาน ลาออก หรือเกษียณด้วย เพราะหากสวัสดิการเดิมสิ้นสุด เงินส่วนแรกอาจต้องมาจากเงินสำรองของตัวเอง
ไม่มีสวัสดิการ และไม่อยากรับภาระส่วนแรก
แบบไม่มีดีดักอาจเหมาะกว่า หากรับเบี้ยรายปีได้ต่อเนื่องและต้องการให้บริษัทพิจารณาจ่ายค่ารักษาที่เข้าเงื่อนไขโดยไม่หักเงินก้อน 30,000 บาท การตัดสินใจควรดูทั้งงบในวันนี้และงบในช่วงอายุที่เบี้ยเพิ่มขึ้น
มีเงินสำรอง และต้องการลดเบี้ยรายปี
ลองขอใบเสนอราคาทั้งสองแบบโดยใช้ข้อมูลอายุ เพศ อาชีพ สัญญาหลัก และความคุ้มครองเสริมชุดเดียวกัน แล้วนำ เบี้ยแบบไม่มีดีดัก − เบี้ยแบบมีดีดัก มาเทียบกับความสามารถในการรับผิดชอบส่วนแรก
ตัวอย่างวิธีคิด: หากใบเสนอราคาของคุณต่างกัน 6,000 บาทต่อปี ปีที่ไม่เคลมแบบมีดีดักจะจ่ายเบี้ยน้อยกว่า 6,000 บาท แต่ปีที่ใช้ดีดักครบ 30,000 บาท จะมีต้นทุนรวมเบี้ยและส่วนแรกมากกว่าแบบไม่มีดีดัก 24,000 บาท เมื่อสมมติให้ปัจจัยอื่นเท่ากัน ตัวเลข 6,000 บาทนี้ใช้อธิบายวิธีคิดเท่านั้น ไม่ใช่ส่วนต่างเบี้ยจริงของแผน
เช็กอีก 4 เรื่องก่อนสมัคร
- อายุที่เลือกได้: ตามหน้าเงื่อนไขของบริษัท เด็กอายุ 1 เดือน 1 วัน ถึง 10 ปี เลือกได้เฉพาะแผน 1 แบบมีความรับผิดส่วนแรก และมีเงื่อนไขเกี่ยวกับประกันของผู้ชำระเบี้ย จึงไม่ควรนำสองตัวเลือกนี้ไปใช้กับเด็กทุกวัยโดยอัตโนมัติ
- เบี้ยรวมทั้งกรมธรรม์: Double Care เป็นสัญญาเพิ่มเติม ต้องมีสัญญาหลักตามเกณฑ์บริษัท ตรวจว่าใบเสนอราคารวมเบี้ยสัญญาหลักและสัญญาเพิ่มเติมที่ต้องการครบแล้ว
- ดีดักกับ Copayment: ดีดักเป็นเงินส่วนแรกตามจำนวนที่กำหนด ส่วน Copayment เป็นการร่วมจ่ายตามสัดส่วน การไม่มีดีดักจึงไม่ได้ยืนยันว่าไม่มีเงื่อนไขร่วมจ่ายอื่น ให้อ่านข้อกำหนดที่ใช้กับกรมธรรม์ของคุณ
- การเปลี่ยนแผนภายหลัง: อย่าสมมติว่าจะยกเลิกดีดักได้ทันทีเมื่อต้องการ ควรสอบถามเกณฑ์เปลี่ยนแผน การพิจารณาสุขภาพ และวันเริ่มมีผลก่อนตัดสินใจ
เลือกจากเงินที่พร้อมจ่ายทั้งสองช่วง
ช่วงจ่ายเบี้ย: รับงบรายปีแบบไหนได้ต่อเนื่อง? ช่วงเข้ารักษา: มีเงินหรือสวัสดิการรองรับส่วนแรกแค่ไหน? หากรับส่วนแรกได้ แบบมีดีดักเป็นทางเลือกที่ช่วยลดเบี้ย หากอยากลดภาระส่วนนี้ตอนเคลม ให้เปรียบเทียบแบบไม่มีดีดัก โดยดูเงื่อนไขทั้งหมดร่วมด้วย
อยากเห็นเบี้ยทั้งสองแบบของตัวเอง?
แจ้งอายุ อาชีพ และสวัสดิการที่มี เพื่อขอเปรียบเทียบ Double Care 8 ล้าน แบบมีและไม่มีดีดัก พร้อมเบี้ยรวมสัญญาหลัก
