ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

เคลมประกันสุขภาพต้องใช้เอกสารอะไร?

⏱ อ่าน 6 นาที · อัปเดต · เขียนโดย · ใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิต 6901015837
ภาพประกอบแฟ้มและเอกสารที่เตรียมไว้บนโต๊ะ

เอกสารหลักที่มักใช้ในการเคลมประกันสุขภาพแบบสำรองจ่าย ได้แก่ แบบฟอร์มเรียกร้องสินไหม ใบเสร็จรับเงินต้นฉบับ ใบรับรองแพทย์ สำเนาบัตรประชาชน และข้อมูลบัญชีรับเงิน แต่รายการจริงขึ้นอยู่กับประเภทการรักษา แบบประกัน และสิ่งที่บริษัทต้องใช้ประกอบการพิจารณา ส่วนการใช้สิทธิ Cashless โรงพยาบาลจะช่วยประสานตรวจสอบสิทธิกับบริษัทก่อนออกจากโรงพยาบาล

คำตอบสั้น ๆ: Cashless ไม่ได้แปลว่าอนุมัติทุกค่าใช้จ่ายอัตโนมัติ และการสำรองจ่ายไม่ได้แปลว่าจะเบิกคืนได้เต็มจำนวน ทั้งสองแบบต้องเป็นการรักษาที่อยู่ในความคุ้มครองและผ่านการพิจารณาตามเงื่อนไขกรมธรรม์

Cashless กับสำรองจ่ายต่างกันอย่างไร

ใช้สิทธิ Cashless ที่โรงพยาบาลคู่สัญญา

แจ้งโรงพยาบาลว่าต้องการใช้สิทธิประกัน พร้อมแสดงบัตรประชาชนและข้อมูลกรมธรรม์ โรงพยาบาลจะส่งข้อมูลการรักษาให้บริษัทตรวจสอบ หากได้รับอนุมัติ บริษัทจะชำระส่วนที่เข้าเงื่อนไขให้โรงพยาบาลโดยตรง ผู้เอาประกันยังอาจต้องชำระส่วนร่วมจ่าย ค่าใช้จ่ายเกินวงเงิน หรือรายการที่ไม่คุ้มครอง

สำรองจ่ายแล้วนำเอกสารมาเคลม

ผู้เอาประกันชำระค่ารักษาก่อน เก็บเอกสารต้นฉบับ และยื่นเรียกร้องผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนด บริษัทจะตรวจความครบถ้วน ความจำเป็นทางการแพทย์ วงเงิน และข้อยกเว้น ก่อนแจ้งผลหรือขอข้อมูลเพิ่มเติม

เช็กลิสต์เอกสารที่ควรเตรียม

  1. แบบฟอร์มเรียกร้องสินไหม กรอกข้อมูลและลงลายมือชื่อให้ครบ
  2. ใบเสร็จรับเงินต้นฉบับ พร้อมรายละเอียดค่าใช้จ่าย หากบริษัทหรือสวัสดิการอื่นรับต้นฉบับไปแล้วควรขอหลักฐานรับรองตามขั้นตอน
  3. ใบรับรองแพทย์หรือรายงานแพทย์ ระบุอาการ การวินิจฉัย วันที่รักษา และวิธีรักษา
  4. สำเนาบัตรประชาชน และเอกสารเปลี่ยนชื่อหากข้อมูลไม่ตรงกับกรมธรรม์
  5. ข้อมูลบัญชีธนาคารของผู้มีสิทธิรับเงิน ตามรูปแบบที่บริษัทกำหนด
  6. เอกสารเพิ่มเติมตามกรณี เช่น ประวัติการรักษา ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ รายงานผ่าตัด หรือภาพวินิจฉัย

อย่าเพิ่งทิ้งเอกสาร: ถ่ายสำเนาหรือสแกนเอกสารทุกฉบับก่อนส่ง เก็บเลขที่รับเรื่องและวันที่ยื่นไว้ติดตาม หากต้องใช้สิทธิกับหลายแหล่งควรถามแต่ละแห่งเรื่องการใช้ต้นฉบับหรือสำเนารับรองก่อน

ขั้นตอนที่ช่วยให้เคลมราบรื่นขึ้น

ก่อนเข้ารักษา

ตรวจว่าสถานพยาบาลอยู่ในเครือข่ายหรือไม่ กรมธรรม์ยังมีผลหรือไม่ และแผนมีวงเงินย่อย Deductible หรือ Co-pay เท่าไร หากเป็นการรักษาที่นัดหมายล่วงหน้า ควรสอบถามเรื่องการขออนุมัติก่อนรักษา

ระหว่างอยู่โรงพยาบาล

แจ้งประวัติสุขภาพและข้อมูลการรักษาตามจริง ตรวจชื่อผู้เอาประกัน เลขกรมธรรม์ และข้อมูลในเอกสารให้ตรงกัน หากโรงพยาบาลแจ้งว่ามีค่าใช้จ่ายส่วนเกิน ให้ขอรายละเอียดว่ามาจากวงเงิน ข้อยกเว้น หรือรายการใด

หลังออกจากโรงพยาบาล

ยื่นเอกสารภายในระยะเวลาที่กรมธรรม์หรือบริษัทกำหนด ติดตามผ่านเลขที่รับเรื่อง และส่งเอกสารเพิ่มเติมให้ครบหากได้รับการร้องขอ ลูกค้าอลิอันซ์ อยุธยาสามารถตรวจช่องทางเคลมออนไลน์และเอกสารล่าสุดผ่าน My Allianz หรือหน้าการเรียกร้องสินไหมของบริษัท

สาเหตุที่ทำให้การพิจารณาใช้เวลานานขึ้น

สรุปก่อนยื่นเคลม

เริ่มจากเช็กสิทธิและเครือข่าย เตรียมเอกสารให้ครบ เก็บสำเนาไว้ และอ่านผลประโยชน์ของแผนตัวเอง หากไม่แน่ใจว่าค่าใช้จ่ายส่วนใดเบิกได้ ควรถามบริษัท โรงพยาบาล หรือตัวแทนก่อนยื่น เพื่อหลีกเลี่ยงการส่งเอกสารซ้ำ

ไม่แน่ใจว่าต้องเตรียมเอกสารอะไร?

ส่งรายละเอียดประเภทการรักษามาทาง LINE เพื่อช่วยไล่เช็กลิสต์เบื้องต้น โดยไม่ต้องส่งข้อมูลสุขภาพที่ละเอียดเกินจำเป็น